...บอกไว้ว่าจะมาเขียนรีวิว...

(ความรู้สึกระหว่างดูละคร "ปั้นฝันแย่แล้ววว")

ห้องตกกระแทกหมายเลขศูนย์ หรือ Shatter room no. O...เป็นละครแบบ physical theatre ค่ะ ฟิสิคัลเธียเตอร์คืออะไร? จากที่ปั้นฝันดูมา (ซึ่งก็พึ่งดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก)ก็สรุป(มั่ว)ได้ว่า มันคือละครแบบที่สื่อสารโดยใช้ท่าทางการกระทำของนักแสดงเป็นหลัก ข้อดีก็คือมันไม่มีปัญหาเรื่องภาษา แต่ข้อเสียก็คือมันชวนสับสน แค่การสื่อสารโดยใช้ภาษาปกติก็ยังมีคนเข้าใจต่างกัน แล้วการสื่อสารโดยใช้ท่าทางล่ะ? (แต่เรื่องนี้ก็ยังมีบทพูด ทั้งภาษาไทยและแปลภาษาอังกฤษด้วยนะคะ)

นั่นแหละทำให้ปั้นฝันแอบ...อื้ม...จะเอายังไงกับการเขียนรีวิวนี้ดี(วะ) เราก็ไม่ได้มีความรู้อะไร แถมยังเป็นละครที่ตีความได้หลากหลายอีกต่างหาก จะมาปล่อยไก่โชว์ความโง่ หรือว่าบล็อกความคิดกันรึเปล่าเนี่ย

เอาเป็นว่าอ่านเอาเล่นๆละกันค่ะ ใครกลัวสปอยล์ (ซึ่งคาดว่าเดี๋ยวก็คงหลุดออกไปแหงๆ)หรือบล็อกความคิดกันก็ปิดไปเลยค่ะ

 

 

 

 

โอเคนะ?

 

 

...ห้องตกกระแทกหมายเลขศูนย์เป็นละครที่ทำให้ปั้นฝันนึกถึงคำพูดของอ.ท่านหนึ่ง(ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าใคร)

"ดูละคร เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างก็ได้"

เพราะว่าละครเรื่องนี้มีฉากที่ปั้นฝันไม่เข้าใจเยอะมากกก แต่พอมาคิดดูดีๆ ปั้นฝันก็ไม่ได้รู้สึกไม่ชอบที่ตัวเองไม่เข้าใจ คงเพราะชอบสิ่งที่เข้าใจมากกว่า...ถึงจะเป็นเรื่องที่เขาพูดมาโต้งๆตรงๆก็เหอะ

ขอแปะคำพูดจากในโบรชัวร์ไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน เพราะปั้นฝันมีความสามารถในการจัดการเอกสารต่ำ...ถ้าโบรชัวร์หาย ปั้นฝันจะผลอยทำ"อะไรดีๆ"ตรงนี้หายไปด้วย

(หมายเหตุ ปั้นฝันแปลจากภาษาอังกฤษในโบรชัวร์ เพราะฉะนั้นมันคงมั่วๆซั่วๆแล้วก็ไม่ตรงกับบทหรอกนะคะ)

 

ฉันคิดว่าคนเราทำบางอย่างเพื่อบางสิ่ง แต่ก็มักจะได้สิ่งอื่นแทน

นั่นแหละชีวิต บางครั้งเราคิดว่าสิ่งที่เรามีคือสิ่งที่เราต้องการที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นแค่สิ่งธรรมดาๆ เหมือนกับสิ่งอื่นๆ

 ที่ร้ายที่สุดก็คือเมื่อคิดว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือสิ่งที่ดีที่สุด และก็ลืมไปว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่กับสิ่งที่เราต้องการ มันคนละอย่างกัน

นั่นแหละชีวิตล่ะ บางครั้งฉันก็คิดนะ...ระหว่างสิ่งที่ฉันทำ สิ่งที่ฉันต้องการแล้วก็สิ่งที่ฉันได้รับ...นี่ฉันได้ในสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆเหรอ?

บางครั้งคนเราก็ต้องทนกับอะไรบางอย่างเพื่อจะได้อะไรอย่างอื่นตอบแทน

แม้ว่าพวกเขาจะต้องแลกกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ต้องการ

แต่พวกเขาก็ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ทุกๆวัน ทุกๆวัน พวกเขาทำสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการเพื่อที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ

จนกระทั่งในที่สุดก็ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการจากการทำสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการที่จะทำ แล้วก็ทำให้พวกเขาเกลียดสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป...

ส่วนที่สามในมีในโบรชัวร์มันขาดไป ปั้นฝันเลยขอไม่แปลนะคะ (ไม่มีปัญญาด้วย...ฮือ...) อ่านไดอะล็อคข้างต้นแล้วงงไหมคะ? แหะๆ ปั้นฝันตอนแรกๆก็งงค่ะ แต่ว่าถ้าเราลองเอามาเปรียบเทียบกับสิ่งใกล้ๆตัว ก็จะเข้าใจได้มากขึ้น เพราะว่าไม่นานมานี้ปั้นฝันก็โดนดุมาเหมือนกันเรื่องการให้ความสำคัญกับอะไรบางอย่างมากๆ (มากเกินไปจริงๆ) ทั้งๆที่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ (ต้องการในที่นี้คือ need นะคะ) ก็เลย"ซึ้ง"กับบทอันแรกที่ทำตัวหนาไว้น่ะค่ะ

อ้อ แล้วก็มีอีกอันหนึ่งที่ปั้นฝันชอบ แต่จำบทเป๊ะๆไม่ได้ เขาพูดต่อเนื่องกับข้างบนแหละค่ะ ว่ามีบางคนพยายามปฏิเสธการทำแบบนั้น แล้วก็ทำอะไรที่แตกต่าง แล้วเหมือนใครๆก็เริ่มทำบ้าง ทำ ทำ ทำ แล้วมันก็ไม่แตกต่างกันอีกต่อไป แล้วก็เลยมีคนพยายามหาความแตกต่างในความไม่แตกต่างอันนั้น

ฟังแล้วเฮ้อ.....................................................................(ถอนหายใจยาวนาน)

นั่นแหละชีวิตค่ะ...(กรี๊ดดดด)

อ้อ แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจปั้นฝัน แต่อันนี้สปอยล์แน่ๆ <<<ไม่อยากโดนสปอยล์ไปมากกว่านี้ก็ปิดซะๆ

เรื่องของแอปเปิ้ลค่ะ

คือคิดว่าทุกคนคงรู้เรื่องที่นิวตั้นค้นพบแรงโน้มถ่วงจากการสังเกตลูกแอ๊ปเปิ้ลหล่นสู่พื้นใช่ไหมคะ?

เรื่องนี้ก็พูดถึงค่ะ มีบอกว่า โลกน่ะ ไม่เคยปล่อยให้มีอะไรหลุดออกไปเลย (...ยกเว้นดาวเทียม ยานอวกาศ กับกระสวยอวกาศสินะ...) รวมถึงเรื่องที่น่าจำและเรื่องที่ไม่น่าจำ ตอนแรกปั้นฝันก็ฟังแล้วรู้สึกหดหู่หน่อยๆก็แบบ...ฟังดูอมทุกข์เนอะ โลกเนี่ย

แต่พอดูไปเรื่อยๆจะมีฉากที่ตัวละครพยายามจะออกจาก"ห้อง"ให้ได้ (ซึ่งก็เล่นกันจริงจังมากๆ) แต่ทำยังไงก็ไม่ได้ซะที ติดอยู่แต่ในนี้

แล้วก็มีคนพูดทำนองว่า วัตถุทุกอย่างตกลงสู่พื้นโลกด้วยอัตราความเร่งเท่าๆกัน แอปเปิ้ลที่อยู่สูงจะตกลงมาช้ำกว่าลูกที่อยู่ต่ำกว่า...

แล้วก็ย้ำว่า โลกไม่เคยปล่อยให้มีอะไรหลุดออกไปเลย

ก่อนจะยิงประโยคเด็ด(พร้อมเอฟเฟ็คตูม) (ประมาณว่า) อาจจะถึงเวลาที่โลกอยากให้เราตกสู่พื้นดินแล้วก็ได้? (ไม่ชัวร์นะคะว่าพูดแบบนี้จริงๆรึเปล่า แต่คงแนวๆนี้แหละ)

กรี๊ดดดด โลกอมทุกข์ของปั้นฝันหายวับ กลายเป็นแบบ อะไรอ่ะ อะไรอ่ะ อะไรอ๊า

มันเหมือนชี้ให้เห็นถึงความวุ่นวาย ความบ้าบอของชีวิต แล้วก็บอกว่าเออ แกหนีออกจากไอ้นี่ไม่ได้หรอกนะ ยิ่งหนีตอนตกลงมาก็ยิ่งช้ำ แถมสุดท้ายทุกคนก็ต้องตกลงมาอยู่ดีด้วย

...

รู้สึกน่ากลัวจังแฮะ...

"เมสเสจ"ข้อนี้...

 

หรือว่าตัวปั้นฝันเองที่ดูละครแล้วคิดเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนี้กันเนี่ย...

 

 

 

...

ราตรีสวัสดิ์ดีกว่าค่ะ...ปั้นฝันขอไปหลับลบอะไรน่ากลัวๆออกจากหัวดีกว่า...

บรื๊อ...

 

 

ปั้นฝัน 080608 วันอาทิตย์ หลังกลับจากโรงละคร ก่อนนอน

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนดีนะคับเหอะๆsad smile เหมือนจะมาช้าาามากแล้วเหอะๆ

#2 By Error (202.133.139.3) on 2009-06-15 21:25

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ

#1 By woman in the moon on 2008-07-02 12:40